ถ้าจิตใจเราจดจ่ออยู่กับงาน ซึ่งเป็นงานที่ดีมีคุณประโยชน์ สมาธิจะเกิด หลวงพ่อพุธท่านเคยบอก งานทางโลก ถ้าเป็นงานที่ดี ไม่ผิดศีลผิดธรรม ทำไปจิตใจจดจ่ออยู่กับงาน การที่จิตจดจ่ออยู่ในอารมณ์อันเดียวอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ได้คือสมาธิ จิตใจสงบ แล้วยิ่งถ้าเคยฝึกรู้ทันจิตที่หลง จะสงบ แล้วก็จะตั้งมั่นขึ้นมาอัตโนมัติ ฉะนั้นการใช้ชีวิตธรรมดา ใช้ชีวิตให้ถูก แล้วจะภาวนาง่าย หลวงพ่อเคยบอกบ่อยๆ ว่า การทำหน้าที่ของเราในทางโลกที่ถูกต้อง ไม่ขัดไม่ขวางการปฏิบัติธรรม เราเป็นครู เราก็ทำหน้าที่ของครูให้ดี เราก็ปฏิบัติธรรมได้ ท่านพุทธทาสท่านก็พูดเอาง่ายๆ ว่า “การปฏิบัติงาน การทำหน้าที่นั่นล่ะ คือการปฏิบัติธรรม” แต่ต้องทำให้เป็น ถ้าทำหน้าที่งานที่เป็นอกุศลนี้ไม่ใช่ ทำแล้วจิตใจยิ่งแย่ลง ถ้างานเป็นงานที่ดี อย่างเราเป็นหมอ เรารักษาคนไข้ ถ้ารักษาไปแล้วโมโหไป อันนี้ไม่ใช่แล้ว จิตเป็นอกุศล ถ้าจิตใจเรามีความกรุณา สงสารคนไข้เจ็บป่วย แต่แนะนำอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ บอกว่าอย่ากินเหล้าก็ยังจะกินอีก อย่าสูบบุหรี่ก็ยังจะสูบอีก แนะแล้วไม่เชื่อเราโมโห ทีแรกกรุณา ตรงโมโหนี้เป็นโทสะ พลิกไปพลิกมา ฉะนั้นเวลาที่เราจะทำหน้าที่ของเรา สังเกตจิตใจของเราไปสักนิดหนึ่ง ที่ทำอยู่นี้ทำเพราะกุศล หรือเพราะอกุศล ฉะนั้นจะทำสมาธิ เมื่อเช้าก็มีทิดเก่าคนหนึ่ง ทำสมาธิอย่างไรก็ทำไม่ได้ ฟุ้งตลอดเลย บอกว่าตอนทำ ทำด้วยความอยากสงบ ไม่สงบหรอก ทันทีที่ความอยากเกิดขึ้น จิตมันก็เกิดความดิ้นรน เมื่อจิตมันดิ้นรน มันจะสงบได้อย่างไร มันหยุดไม่เป็น ฉะนั้นอย่างเราทำสมาธิไป จิตฟุ้งซ่านรู้ว่าฟุ้งซ่าน ไม่ต้องอยากสงบ ถ้ายิ่งอยากสงบจะยิ่งฟุ้งซ่าน ถือว่าเรากำลังทำหน้าที่ ปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าอยู่ ทำกรรมฐานไป เช่น หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ถือว่าเรากำลังทำหน้าที่ กำลังปฏิบัติบูชาอยู่ ผลจะเป็นอย่างไรไม่ต้องห่วง จะสงบก็ได้ ไม่สงบก็ได้ ขอให้ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ดีเท่านั้นล่ะ ถ้ารู้จักวางใจอย่างนี้ จิตจะสงบอย่างรวดเร็วเลย เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ จะทั้งหน้าที่ทางโลกหรือหน้าที่ทางกรรมฐาน ทำไปด้วยจิตใจที่เป็นกุศลไว้แล้วจะพัฒนาง่าย อย่างนั่งสมาธิไปแล้วก็หงุดหงิดไป เมื่อไรจะสงบ อันนั้นจิตเป็นอกุศล ไม่มีทางที่จิตจะดีขึ้นมาได้ สงบไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นท่านพุทธทาสท่านถึงบอก การทำหน้าที่ก็คือการปฏิบัติธรรม หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 2 ธันวาคม 2566